ศัตรูของกล้วย

ศัตรูของกล้วยก็คือโรคต่างๆมีรายละเอียดดังนี้

๑)โรคพรางตาย เกิดจากเชื้อรา สังเกตใบจะกลายเป็นสีเหลืองอ่อนต่อมาเป็นเหลืองไหม้และตายนึ่งหรือเหี่ยว

     การป้องกัน ส่วนใหญ่โรคนี้เป็นกับกล้วยน้ำว้าและกล้วยหอม อย่าปลูกในที่น้ำขังแฉะ ตัดต้นที่เป็นโรคทิ้ง

๒)โรคเหี่ยวของกล้วย เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย พบในใบอ่อนจะเกิดอาการเหี่ยวระบาดอย่างรวดเร็ว ลักษณะเหมือนโรคพรางตาย และจะตายในที่สุดเมื่อตัดลำต้นดูจะพบว่าภายในลำต้นป็นสีน้ำตาลแดง

      การป้องกัน ควรคัดเลือกหน่อที่ไม่มีโรค หรือนำหน่อที่คัดมาไปแช่น้ำยาฆ่าเชื้อโรคก่อนปลูก

๓)โรคใบจุดของกล้วย เกิดอาการเป็นจุดที่ใบและจะลามออกไป โดยมากเป็นกับกล้วยน้ำว้า จำนวนหวีลดน้อยลง ขนาดผลเล็ก

     การป้องกัน ตัดใบส่วนที่เป็นโรคไปเผาทิ้ง ใช้สารเคมีฉีดพ่น คอปเปอร์ออกซิคลอไรค์กับสารเคลือบใบพ่น ๒-๓ ครั้งต่อเดือน

๔)โรคยอดม้วน เกิดจากเชื้อไวรัส พาหะนำ คือ เพลี้ย ทำให้กล้วยแคระแกร็น ปลีเล็กจนใช้ประโยชน์ไม่ได้

      การป้องกัน เมื่อพบใบหรือยอดม้วนหักงอเข้าหากัน ให้รีบตัดทำลายส่วนที่เป็นทิ้ง

กล้วยกับความเชื่อของคนไทย

กล้วยกับความเชื่อของคนไทย

ความเชื่อเรื่องกล้วยของคนไทยมีอยู่มากมาย เนื่องจากกล้วยเป็นพืชที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างเนิ่นนานแล้ว ในหญิงมีครรภ์มักไม่รับประทานกล้วยแฝดเพราะมีความเชื่อว่าจะได้ลูกแฝด แต่ถ้าบ้านไหนอยากได้ลูกแฝดก็รับประทานกล้วยแฝด

สำหรับหญิงแม่ลูกอ่อนถ้ารับประทานแกงหัวปลี จะมีน้ำนมมาก ถ้าคิดตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว หัวปลีเป็นพืชที่มีธาตุเหล็กสูง บำรุงเลือดดี จึงทำให้มีน้ำนมมากนั้นเอง

ต้นกล้วยที่ขาวเนียนสะอาด ไม่มีกาบใบแห้ง มักเชื่อว่าเป็นที่สิงสถิตของนางพรายตานี เป็นผีผู้หญิง ที่มีหน้าตาสวยงาม ผิวขาว จะปรากฏตัวตอนกลางคืน โดยยืนอยู่ใต้ต้นกล้วยนั้นๆ

ในด้านยาอายุวัฒนะ หากนำกล้วยแช่น้ำผึ้งปิดไหแล้วใช้ปูนแดงทาก่อนฝาปิด จากนั้นเอาไว้ใต้ฐานพระในวันเข้าพรรษา ปล่อยไว้นานสามเดือน ก็สามารถนำมารับประทานได้ ทั้งนี้ก็เป็นแนวคิดด้านการถนอมอาหารอีกวิธีหนึ่งด้วย

ในงานมงคลมักมีกล้วยเข้ามาร่วมเกี่ยวในพิธีด้วย เช่น กล้วยทั้งเครือ กล้วยดิบ เป็นต้น ซึ่งหมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง และความสงบร่มเย็น

ในสมัยก่อนคนที่เป็นโรคฝีดาษ มีแผลพุพอง ก็มักให้นอนบนใบกล้วยเพราะจะทำให้น้ำเหลืองไม่ติดกับเสื้อผ้าบังเกิดความเจ็บปวดแก่ผู้ป่วย ส่วนการประหารชีวิตนั้น ก่อนลงมือประหารจะมีการนำใบกล้วยมาปูรองก่อน เพื่อกันเลือดไหลลงไปบนดิน เป็นต้น 

ความเชื่อเรื่องกล้วยของชาวต่างชาติ

ชื่อทางวิทยาศาสตร์แบบย่อของกล้วยว่า Musa กล่าวกันว่า Musa มาจากคำภาษาอาหรับว่า Muz ก็มีรากเดิมมาจากคำสันสกฤตว่า Mocha อีกทอดหนึ่งซึ่งหมายถึงกล้วย
เหมือนกัน อีกกระแสหนึ่งที่ฟังดูน่าเชื่อถือน้อยกว่าบอกว่า Musa เป็นชื่อตั้งตามหมอชาวอาหรับในสมัยโรมัน คือ Antonius Musa ผู้นำกล้วยจากอินเดียมากจากอินเดียมาปลูกในถิ่น
ทางเหนือของอียิปต์ ก่อนหน้าที่ฝรั่งจะเรียกกล้วยว่า Banana อย่างเป็นเอกฉันท์ กล้วยถูกเรียกว่า Plantain ตามคำภาษาสเปนว่า Plantano ซึ่งอาจมีรากมาจากคำลาตินว่า Planta ที่
แปลว่าใบกว้าง (spreading leaf) นอกจากนั้นฝรั่งเศสและอิตาลีเคยเรียกกล้วยว่า “fig” โดยมาจากคำเต็ม ๆ ว่า figue d Adam หรือ fico d Adamo ซึ่งอาจแปลได้ว่า “มะเดื่อของอาดัม”
อาดัมนี่คือ (อาดัมกับอีฟในตำนานสร้างโลกของศาสนาคริสต์) ส่วน fig น่าจะหมายถึงใบมะเดื่อที่อาดัมใช้ปิดอวัยวะเพศของตน อย่างไรก็ตามปัจจุบันยังมีที่ใช้คำนี้อยู่คือ
banana fig แต่นี่หมายถึงกล้าวยตากโดยเฉพาะส่วนคำ Banana ในปัจจุบันเรียกตามภาษาแอฟริกาตะวันตกซึ่งอาจมีตากจากคำภาษาอาราเบียว่า Banan ซึ่งหมายถึงนิ้วมือ
หรือนิ้วเท้าในสังคมไทย กล้วย ถูกใช้ในเชิงเปรียบเทียบแสดงถึงคุณลักษณะทำได้ง่าย เช่นง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก หรือเรื่องกล้วยกล้วย แต่ในสังคมตะวันตกยุค
บริโภคนิยม ถูกใช้ในเชิงเปรียบเทียบเป็นสัญลักษณ์กามารมณ์ โดยเฉพาะอวัยวะเพศผู้ชายเช่นสโลแกนโฆษณาว่า unzip a banana นอกจากนั้นยังมีที่ใช้ banana ในภาษาพูดอัน
หมายถึงอาการ บ้า หรือ เพี้ยน ฝรั่งเองก็ยังสืบค้นไม่ได้ว่า บ้าจะเกี่ยวข้องกับบานานาได้อย่างไรกล้วยในเอเชียใช้เป็นสัญลักษณ์แห่งจริยธรรม คุณความดี ความงาม
ความเจริญงอกงามในหมู่ชาวอาหรับถือว่ากล้วยเป็นพันธุ์ไม้แห่งสวรรค์ หรือพันธุ์ไม้แห่งปัญญา ที่รู้แยกแยะความดีกับความเลว ตำนานอินเดียถือว่ากล้วยเป็นผลไม้ของผู้มีปัญญา
โดยเล่าขานถึงฤาษีในดงกล้วย ผู้กินกล้วยเป็นอาหารจนเกิดกำลังและปัญญาเป็นที่อัศจรรย์ หลายประเทศในเอเชียถือว่ากล้วยเป็นผลไม้สำหรับเซ่นสังเวยผีและเทวดา ตลอดจน
ผู้มีพระคุณของไทยเรา กล้วยเป็นของที่ขาดไม่ได้ใน ตั้งขันข้าว หรือค่าบูชาคุณ หมอตำแยที่มาทำคลอดให้ กล้วยทั้งหวีเป็นของเซ่นเทวดาและบรรพบุรุษในพิธีเซ่นไหว้อย่างคนจีน
น้ำชาและผลไม้เป็นเครื่องเซ่นพื้นฐานและผลไม้เครื่องเซ่นที่ขาดเสียมิได้ก็คือส้มสีทองและกล้วยทั้งหวี ขนมกล้วยเป็นขนมที่พบได้ประจำในพิธีหมั้นพิธีแต่งงานของชาวไทยสมัยก่อน เพราะกล้วยหมายถึงความเจริญงอกงาม ได้ผลดกดื่นเหมือนกล้วยในแทบทุกชนชาติของเอเชีย ยังมีเหตุผลความเชื่อลึก ๆ ว่ากล้วยเป็นสัญลักษณ์แห่งชีวิตและการเจริญเติบโต ข้อนี้เป็นความเชื่อที่ถูกต้องเพระเด็กในสังคมเมืองทั่วโลกในปัจจุบันก็เติบโตโดยอาศัยกล้วยแปรรูป หรือพิวรี (banana puree) มาใช้ผสมเป็นอาหารเด็กจนได้ชื่อว่า “เด็กยุคพิวรีกล้วย” อยู่แล้ว (the pureed-banana generation)

สมุนไพรจากกล้วย

สมุนไพรจากกล้วย

กล้วยเองก็ถือเป็นอีกหนึ่ง สมุนไพรกล้วย ซึ่งชาวไทยเองก็นำสมุนไพรจากกล้วยมาใช้ประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะกล้วยชนิดไหนก็ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หมดทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็น ใบ ลำต้น ฯลฯ เพราะฉะนั้นเรามาทำความรู้จักกับสรรพ สมุนไพรจากกล้วย ว่ามีอะไรที่ใช้รักษาโรคได้บ้างและจะนำไปใช้รักษาโรคอย่างไร

 

 

 

 

สรรพ สมุนไพรจากกล้วย

 

– ตำรายาไทยใช้ผลดิบซึ่งมีสารแทนนินมาก รักษาอาการท้องเสียและบิด โดยกินครั้งละครึ่งหรือ 1 ผล มีรายงานว่า มีฤทธิ์ป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหารของหนูขาวที่ถูกกระตุ้นด้วยยา แอสไพริน เชื่อว่าฤทธิ์ดังกล่าวเกิดจากการถูกกระตุ้นผนังกระเพาะอาหารให้หลั่งสาร เมือกออกมามากขึ้น จึงนำมาทดลองรักษาโรคกระเพาะอาหารของคน โดยใช้กล้วยดิบหั่นเป็นแว่น ตากแห้งบดเป็นผง กินวันละ 4 ครั้งๆ ละ 1-2 ช้อนแกง ก่อนอาหารและก่อนนอน อาจทำให้เกิดอาการท้องอืด ซึ่งป้องกันได้โดยกินร่วมกับยาขับลม เช่น ขิง 

– ผลกล้วยมีสรรพคุณช่วยรักษาอาการผิดปกติของร่างกายหลายๆ อย่าง เช่น ภาวะความดันโลหิตสูง ภาวะความเป็นพิษภายในร่างกาย ช่วยให้ปอดชุ่มชื้น และแก้กระหายน้ำได้เป็นอย่างดี และใช้ป้องกันบำบัด โรคแผลในกระเพาะอาหาร ช่วยเคลือบกระเพาะ

 

 

กล้วย

 

 

–  แก้อาการท้องเสีย ใช้ผลกล้วยห่าม 3-4 ช้อนชา หรือ 5-7 กรัม ผสมน้ำหรือน้ำผึ้ง 1-2 ช้อนโต๊ะ ดื่มวันละ 4 ครั้ง ก่อนอาหาร และก่อนนอน 

– รักษาความดันโลหิตสูง หรือโรคเส้นโลหิตในสมองแตก ใช้เปลือกกล้วยหอมสดมาต้มกับน้ำสำหรับดื่มและสามารถที่ต้มไว้ดื่มเป็นประจำได้ 

–  โรคริดสีดวงทวาร แก้อาการท้องผูก เป็นไข้ตัวร้อนหรือเจ็บคอ 
โดยรับประทานกล้วยน้ำว้า วันละ 1-2 ผล เป็นประจำ 

– ลดอาการไข้และอาการไอเรื้อรังได้ ใช้กล้วยหอมสุกหรือกล้วยน้ำว้าสุกต้มกับน้ำตาลทรายแล้วรับประทานติดต่อกันจนกว่าจะหาย 

– แก้ส้นเท้าแตก ใช้เปลือกหรือเนื้อกล้วยที่สุกงอม ทาตรงบริเวณที่แตก เพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวตรงส่วนนั้น

ข้อแนะนำ  รับประทานกล้วยดิบแล้วถ้ามีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ป้องกันโดยใช้กล้วยดิบร่วมกับขิงหรือกระวาน

สภาพดินห้าอากาศที่เหมาะสมสำหรับปลูกกล้วย

สภาพดินฟ้าอากาศที่เหมาะกับการปลูก

1. สภาพดินฟ้าอากาศที่เหมาะสมในการปลูกกล้วยกล้วยเป็นพืชที่ปลูกง่ายขึ้นได้ทั่วไป ชอบอากาศร้อนชื้นโดยเฉพาะในบริเวณที่มีดินฟ้าอากาศคงที่ จะสามารถเจริญเติบโตได้ดีและตกเครือตลอดทั้งปีการปลูกกล้วยในที่ที่มีลมแรง จำทำให้ใบกล้วยฉึกขาดออกเป็นริ้วแต่ถ้าไม่มีลมแรงมากนักก็ยังไม่ถือว่าเป็นป้ญหา เพราะในที่ฉีกขาดจากกันยังทำหน้าที่เช่นใบฝอยได้ ยกเว้นในพื้นที่ที่ลมแรงจัดหรือมีลมพายุพัดผ่านควรหลีกเลี่ยงการทำสวนกล้วยขนาดใหญ่เพราะพายุแรงอาจทำให้ลำกล้วย โดยเฉพาะลำกล้วยที่ออกเครือแล้วหักกลางต้น หรือโค่นลงทั้งต้น เป็นการเสียหายต่อผลผลิตได้ กล้วย ต้องการดินที่มีความอุดมสมบูรณื ร่วนซุย หรือเป็นดินเหนียวที่สามารถอุ้มน้ำได้ดี เพราะกล้วยเป็นพืชจำพวกฉ่ำน้า มีใบมาต้องการน้ำและความชุ่มชื้นสูง พื้นที่ที่มีฝนตกประมาณ 50-100 นิ้วต่อปี จะปลูกกล้วยได้ดี อย่างไรก็ตามกล้วยไม่ชอบดินที่มีน้ำขังความเป็นกรดเป็นต่างของดินที่เหมาะสม อยู่ระหว่าง pH 6-7 อุณหภูมิที่เหมาะสมหำหรับการปลูกกล้วยประมาณ 30-40 องศาเซลเซียส ถ้าอุณหภูมิต่ำเกินไปหรือมีอากาศหนาวเย็นติดต่อกันนาน จะทำให้การเจริญเติบโตช้าลฃ การออกปลีจะเนิ่นนานออกไปฤดูปลูกการปลูกกล้วยควรปลูกในระยะต้นฤดูฝนประมาณเดือนเมษายน-พฤษภาคม เพราะกล้วยต้องการความร้อน ความชุ่มชื้นในตอนแรก แลต้องการความแห้งแล้วงในตอนที่กล้วยจะแก่ การปลูกในระยะต้นฦดูฝน จะช่วยให้กล้วยตั้งตัวได้เร็ว หลังจากปลูก 1 เดือน จะมียอดอ่อนโผล่เหนือพื้นดิน ถ้าบริเวณที่มีน้ำเพียงพอตลอดปี จะเริ่มปลูกกล้วยเมื่อไรก็ได้

ประเภทของกล้วย

             หากสามารถรวบรวมพันธุ์กล้วยทั่วโลกมาปลูกไว้ในที่เดียวกันสวนกล้วยแปลงนั้นคงต้องใช้เนื้อที่มาก เพราะกล้วยมีสายพันธุ์หลายร้อยพันธุ์ เฉพาะในประเทศไทยก็มีถึง 323 สายพันธ์ ทดลองปลูกได้แล้ว 59 สายพันธุ์ ทั้งที่เป็นกล้วยป่า  กล้วยในท้องถิ่น  พันธุ์ที่นำมาจากต่างประเทศ  พันธุ์กล้วยที่รู้จักกันทั่วไปมีมากมาย

เช่น       กล้วยป่า 

            กล้วยตานี ผลใหญ่มีเมล็ดมาก 

            กล้วยน้ำไทหรือกล้วยหอมเล็ก            

            กล้วยไข่ในประเทศไทยนิยมปลูกมากที่จังหวัดกำแพงเพชร จึงมีคนเรียกว่ากล้วยไข่กำแพงเพชร 

            กล้วยหอมจันทร์                              

            กล้วยนมสาว  พบทางภาคใต้

            กล้วยร้อยหวี  มีผลมาก ผลขนาดเล็ก

            กล้วยหอมทองผลใหญ่

            กล้วยหอมใต้หวัน  มีผลดกกว่ากล้วยหอมทอง

            กล้วยหอมเขียวค่อม  ผลสุกโดยธรรมชาติจะมีสีเขียว  แต่ถ้าบ่มถูกวิธีก็จะมีสีเหลือง

            กล้วยนากมีผลใหญ่

            กล้วยน้ำ

            กล้วยขม

            กล้วยน้ำว้า  ถ้าแบ่งตามไส้จะมี 3 ชนิด  คือ ชนิดไส้ตรง   ชนิดไส้เหลือง  และชนิดไส้แดง

            กล้วยหักมุก  ลักษณะผลเป็นเหลี่ยมชัดเจน  เปลือกหนา 

            กล้วยส้ม  ลักษณะคล้ายกล้วยหัวมุก  แต่ผลเล็กกว่า

            กล้วยนิ้วมือนาง  ผลค่อนข้างใหญ่  ลักษณะอ้วนป้อม

            กล้วยหิน  มีมากทางภาคใต้  มีผลดกคล้ายกล้วยตานี

            กล้วยเปรี้ยว  มีรสค่อนข้างเปรี้ยว

            กล้วยแพ  ลักษณะใบแผ่ออกไปคล้ายพัด

            กล้วยบัว  ลักษณะหัวปลีคล้ายดอกบัว ต้นขนาดเล็ก  มักใช้เป็นไม้ประดับ

 

                                      

ประโยชน์ของใบตอง

ประโยชน์ของใบตอง

ใบตอง  มีประโยชน์  สารพัดประโยชน์

ลองมาดูกันว่าประโยชน์ของใบตองมีอะไรบ้าง

 

1. ใช้ในการห่อสิ่งของ  อาหาร  ขนม  ซึ่งแต่เดิมคนไทยในอดีตใช้ใบตองในการห่ออาหาร ห่อขนม  ซึ่งเป็นบรรจุภัณฑ์แบบธรรมชาติ

2. ใช้ในพิธีกรรม  ซึ่งวัฒนธรรมประเพณีของไทย  เช่น  การทำกรวยดอกไม้  พานดอกไม้  บายศรี  เครื่องประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ

3. ใช้ในการประดิษฐ์  เช่น  การทำกระทง  การทำบายศรีสำหรับประกวด

4. ใช้ในการทำอาหาร  เป็นภาชนะสำหรับห่อหุ้มอาหาร  เช่น การทำงบ  การทำห่อหมก

5.  อื่น ๆ

 

 

 

ผลประโยชน์จากกล้วย

กล้วย

All about BANANAS กล้วยตอนเช้า คุณประโยชน์เต็มเปี่ยม (Mix)

          หลายคนมองหาวิธีลดน้ำหนักให้ได้ผลอย่างจริงจัง บ้างอดข้าว อดน้ำ ไม่กินอะไรสักอย่างเพื่อให้น้ำหนักลดลง บ้างก็เลือกกินแต่ผลไม้อย่างเดียว บ้างก็ไปหาหมอเพื่อกินยาหวังให้ส่วนเกินลดลงไปหายไป บ้างก็กินยาถ่ายเพื่อหวังให้ตัวเบาขึ้นกว่าเดิม บ้างก็ใช้วิธีอื่น ๆ ที่ได้รับการบอกต่อกันมา

          วิธีเหล่านี้อาจจะมีผลดีบ้างในช่วงแรก ๆ แต่หลังจากผ่านเวลาไปสักพักแล้วก็จะพบว่าไม่เป็นผล ไม่มีทางที่ใครจะกินผลไม้อย่างเดียวไปตลอดชีวิต หรือไม่กินอะไรเลยทั้งวันต่อเนื่องกันยาวนาน หรือาจใช้การกินยาถ่ายบ่อย ๆ เมื่อผ่านเวลาไปนาน ๆ เข้า ลำไส้ก็จะเริ่มทำงานผิดปกติ คราวนี้ยาถ่ายก็จะใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป แถมยังส่งผลร้ายให้เป็นคนขับถ่ายได้ยากกว่าเดิม บางคนส่งผลถึงกับกลายเป็นคนถ่ายไม่ออกเป็นเดือน ๆ ก็มี แล้วถ้าเช่นนั้นจะใช้วิธีไหนดีน้ำหนักถึงจะลดลงได้

          วิธีหนึ่งที่น่าสนใจและกำลังเป็นที่นิยมในประเทศญี่ปุ่นก็คือ การกินกล้วยมื้อเช้า หลายคนอาจทำหน้างงว่าทำไมต้องเป็นกล้วยมื้อเช้า เป็นแอปเปิล มะละกอ แตงโม ระกำ บ้างได้ไหม ก็ขอแนะนำตรงนี้เลยว่า กล้วยนับเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดชนิดหนึ่ง ในกล้วยนั้นจะมีวิตามินบี 1 และบี 2 ที่ช่วยในการเร่งเผาผลาญ น้ำตาลและไขมัน ทั้งยังช่วยฟื้นฟูร่างกายการจากเหนื่อยล้า อีกยังมีโปแตสเซียมช่วยในการขับโซเดียม อันเป็นหนึ่งในตัวการที่จะทำให้ความดันเลือดสูงออกทางปัสสาวะ และส่งผลให้ลดการบวมของร่างกายได้ 

          แมกนีเซียมในกล้วยยังช่วยควบคุมความดันเลือด และการทำงานของแคลเซียมในร่างกาย เส้นใยที่มีอยู่ในกล้วย จะส่งผลให้ระบบการขับถ่ายในแต่ละวันของร่างกายเราดีขึ้น กล้วยยังมีเซโรเทนินที่ช่วยลดอาการหงุดหงิด และทำให้นอนหลับสบายยิ่งขึ้นอีกด้วย

          กล้วยยังมีคุณประโยชน์อีกหลากหลายชนิด ทั้งไฟโตเคมิคัลที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ ป้องกันมะเร็ง มีเอนไซม์ช่วยในการย่อยอาหาร ทำให้กระเพาะอาหารและลำไส้ทำงานหนักลดลง ในกล้วยดิบยังมีฤทธิ์ในการขับพิษสูง และหากกล้วยสุก ก็ทำให้ร่างกายสร้างสารภูมิคุ้มกันให้สูงขึ้นกว่าปกติอีกด้วย

          ทั้งหมดเป็นประโยชน์ที่ได้รับจาการกินกล้วยเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งกินตอนไหนก็ได้ แต่หากเราเฉพาะเจาะจงให้การกินกล้วยได้ผลสูงสุดต้องเป็นตอนเช้าครับ ทั้งหมดก็เพื่อจำกัดการทำงานของกระเพาะและลำไส้ให้น้อยที่สุด และจะทำให้ร่างกายได้รับการฟื้นฟูสภาพอย่างเต็มที่ การกินกล้วยตอนเช้านั้นจะทำให้ร่างกายได้รับปริมาณน้ำที่พอดี การไหลเวียนของของเหลวในร่างกายก็จะดีขึ้น และหากอยากให้ได้ผลอย่างจริงจัง ก็ต้องกินเฉพาะกล้วยกับน้ำเปล่าเท่านั้น รวมทั้งต้องนอนก่อนเที่ยงคืนอีกด้วย และถ้าเกิดหิวขึ้นกลางดึกก็ควรจะกินผลไม้เท่านั้น

กล้วย

          ในยุคปัจจุบันด้วยแล้ว ช่วงเวลาตอนเช้าเป็นช่วงเวลาที่เร่งรีบที่สุด บางคนถึงกับไม่กินอาหารเช้ากันเลย หรือไม่ก็เลือกกินเพียงแค่กาแฟกับขนมปังเท่านั้น ดังนั้นถ้าหากลองเปลี่ยนช่วงเวลาแห่งความเร่งรีบ มากินกล้วยตอนเช้าก็น่าจะสะดวกง่ายดาย แถมกล้วยยังเป็นผลไม้ที่มีเอนไซม์เยอะ ทำให้เมื่อกล้วยเคลื่อนที่เข้าไปสู่กระเพาะ การย่อยก็ไม่จำเป็น กล้วยจึงเคลื่อนที่สูู่ลำไส้ และเริ่มดูดซึมไปใช้กับร่างกายได้อย่างรวดเร็ว

          การกินกล้วยมื้อเช้ายังมีส่วนช่วยทำให้อาการท้องผูกหายไป และส่งผลให้อุจจาระที่ตกค้างอยู่ในร่างกายค่อย ๆ ลดลงอีกด้วย บางคนที่มีน้ำหนักเกินนั้น ไม่ได้เพียงเพราะมีไขมันล้นเกินเพียงอย่างเดียวหรอกครับ แต่เนื่องจากมีของเสียสะสมอยู่ในร่างกายมากเกินไปต่างหาก (บางคนมีอุจจาระสะสมอยู่ในตัวตั้ง 10 กิโลกรัม) เพราะฉะนั้นหลังจากเริ่มกินกล้วยมื้อเช้าไปแล้ว ของเสียต่าง ๆ จะเริ่มค่อย ๆ ถูกขับออกมาจนน้ำหนักลดลง

          การกินกล้วยมื้อเช้า เพื่อหวังผลในการลดน้ำหนักนั้นอาจจะไม่ได้ผลในช่วงแรก ๆ ไม่ใช่ว่ากินเพียงแค่วันสองวัน แล้วจะได้ผลเลยทันที แต่ต้องทำต่อเนื่องติดต่อกินสักระยะ และหากอยากลดน้ำหนักอย่างจริงจัง ลองจดทุกอย่างที่กินเข้าไปในแต่ละวัน เริ่มตั้งแต่ตื่นเช้าจนเข้านอน การจดจะช่วยทำให้คุณได้เข้าใจมากขึ้นว่า ในแต่ละวันคุณกินอะไรเข้าไปบ้าง

          การกินกล้วยมื้อเช้านั้น ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยทำให้คุณไม่ต้องอด ไม่ต้องทน ไม่เปลืองเวลา และไม่เปลืองเงิน เพราะในระหว่างวันนั้นคุณอยากกินอะไรอยากทำอะไรก็ทำได้ (ยกเว้นเงื่อนไขตามที่บอกไปตอนต้น) แต่ถ้าคุณอยากรู้ว่าได้ผลจริงหรือไม่ ลองดูครับ พรุ่งนี้กินกล้วยตอนเช้าดูสิครับ

การทำจุลินทรีย์หน่อกล้วย

การทำจุลินทรีย์หน่อกล้วย เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่า

alt=จุลินทรีย์หน่อกล้วย

จากบทความเรื่อง “กล้วยน้ำว้าล้มทั้งยืน เมื่อสายลมหนาวพัดผ่าน” ที่ได้เขียนไว้เมื่อครั้งก่อน ทำให้เกิดความคิดในการต่อยอด เพื่อไม่ให้การล้มของกล้วยน้ำว้าต้องเสียเปล่า ใช่แล้วครับ ผมได้นำต้นกล้วยน้ำว้า ซึ่งกำลังมีลูกและหัวปลี นำมาทำปุ๋ยจากทุกๆส่วนของกล้วย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด บางท่านบางคนอาจจะสงสัยว่า การทำจุลินทรีย์หน่อกล้วยนั้น ทำไมต้องใช้เฉพาะหน่อกล้วย ลำต้นได้ไหม ใบได้ไหม หรือว่าลูกกล้วยและหัวปลีของกล้วยได้ไหม

การนำกล้วยไปปลูกในพื้นที่สวนพื้นที่ไร่ สภาพของดินก่อนปลูกและหลังปลูกจะเปลี่ยนไป เมื่อปลูกกล้วยไปได้ในระยะหนึ่ง ถ้าลองสังเกตุดู จะพบว่าดินรอบๆกอกล้วยมีความร่วนซุยขึ้น อุ้มน้ำมากขึ้น ถ้าขุดดินลงไปอาจจะพบไส้เดือนที่มาหาอาหารและมาอาศัยอยู่ ไส้เดือนนี้จะกินและถ่ายมูล อาจจะเป็นตัวช่วยที่ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น

กล้วยเป็นพืชที่สะสมน้ำ คนสมัยก่อนจึงมักจะปลูกชนิดอื่นไว้ใกล้กอกล้วย เพื่อให้กล้วยช่วยเลี้ยง จนกว่าต้นไม้นั้นจะโตพอที่จะหาน้ำเองได้เมื่อถึงเวลาจำเป็น และที่สำคัญความชื่นที่อยู่รอบๆกอกล้วยยังมีสิ่งชีวิตเล็กๆ ที่เรียกว่าจุลินทรีย์มาอาศัยและช่วยสร้างผลประโยชน์ให้ ช่วยปรับปรุงดินจากดินที่ไม่มีชีวิตให้พื้นคืนชีพอีกครั้ง

ดังนั้นการที่จะนำกล้วยไปทำเชื้อจุลินทรีย์ จึงจำเป็นที่ต้องคัดเลือกนำส่วนของกล้วยที่อยู่ใกล้กับดินให้มากที่สุด ใช่แล้วครับเราจึงเลือกหน่อกล้วยนั้นเอง แต่ถ้านำไปทำปุ๋ยน้ำหมัก ใช้ทุกส่วนของกล้วย นอกจากนั้น หน่อกล้วยยังมีน้ำยางฝาด หรือสารแทนนินในปริมาณมาก เมื่อหมักแล้ว น้ำที่หมักได้ ยังสามารถนำมาใช้ ในการควบคุมโรคพืชบางอย่างได้ ทั้งยังสามารถนำไปใช้ปรับปรุงสภาพน้ำที่เน่าเสียให้ฟื้นสภาพกลับดีขึ้นได้อีกด้วย วิธีการทำจุลินทรีย์หน่อกล้วยก็ไม่ยาก

1.เลือกหน่อกล้วยที่มี ความสูง 1 เมตร จากพื้นถึงยอด หรือ มากกว่านิดหน่อย เป็นหน่อชิดที่สมบูรณ์ แข็งแรง ไม่มีโรค เกิดจากต้นแม่ที่สมบูรณ์แข็งแรงให้ผลผลิตดี ทั้งต้นแม่และหน่ออยู่ในบริเวณที่ดินมีค่ากรด-ด่าง เป็นกลาง หรือกรดอ่อนๆ
2.ขุดหน่อขึ้นมาให้มีเหง้าติดรากมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ สลัดดินทิ้งไปให้เหลือติดรากไว้เล็กน้อย ไม่ต้องล้างน้ำ
3.สับเล็กๆหรือบดละเอียดทั้งต้น (ราก เหง้า ต้น ใบ)

อัตราการผสมทำจุลินทรีย์หน่อกล้วย ใช้หน่อกล้วยจำนวน 3 ส่วน + กากน้ำตาล 1 ส่วน
บรรจุ ลงในภาชนะที่ไม่ใช่โลหะ คลุกเคล้าให้เข้ากันดี เก็บในที่ร่ม อุณหภูมิห้อง คนบ่อยๆเพื่อเร่งอากาศให้แก่จุลินทรีย์ หมักนาน 15-30 วัน กรองเอากากออก แล้วคั้นเอาแต่น้ำเก็บไว้ เรียกน้ำหมักนี้ว่า “จุลินทรีย์หน่อกล้วย”

วิธีใช้การจุลินทรีย์หน่อกล้วย
1.ปรับปรุงโครงสร้างของดิน และ กำจัดเชื้อโรคในดิน ผสมจุลินทรีย์หน่อกล้วย 20-40 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ราดรดลงดินร่วมไปพร้อมๆกับการให้น้ำ ซึ่งการใช้ในแต่ละครั้ง รวมทั้งหมดแล้ว อย่าให้เกิน 5 ลิตร ต่อ ไร่
2.ป้องกันกำจัดโรคพืช โดยผสมจุลินทรีย์หน่อกล้วย 1 ส่วน กากน้ำตาล 1 ส่วน เหล้าขาว 35 ดีกรี 1 ส่วน และน้ำส้มสายชูกลั่น 5% 1 ส่วน หมัก 24 ชั่วโมง ใช้ 10-20 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร สำหรับฉีดพ่นล้างน้ำฝนหลังฝนหยุดตก  โดยเฉพาะฝนที่ตกหลังหลังช่วงแล้วมานานเกิน 3 เดือน ล้างหมอกอุ่นแดดออก และฉีดพ่นกันน้ำค้างตอนเย็นเพื่อป้องกันโรคพืช
3.ปรับปรุงคุณภาพน้ำในร่องสวน สระเก็บกักน้ำ และบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ ใส่จุลินทรีย์หน่อกล้วย 1 ลิตร ต่อน้ำ 10,000 ลิตร
4.ล้างทำความสะอาดคอกสัตว์ ฉีดพ่นด้วยน้ำจุลินทรีย์ 1 ลิตร ต่อน้ำ 100 ลิตร
5.เร่งการย่อยสลายเศษซากอินทรีย์วัตถุ หรือดับกลิ่นขยะของเน่าเสีย ฉีดพ่นด้วย จุลินทรีย์หน่อกล้วย 1 ลิตรต่อน้ำ 100 ลิตร กรณีหมักฟางในนาข้าว ใช้จุลินทรีย์หน่อกล้วย 10 ลิตร ต่อ พื้นนา 1 ไร่

วิธีการทำและอัตราส่วนในการใช้จุลินทรีย์หน่อกล้วย ทั้งหมดนี้สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อความเหมาะสม และ เพื่อนำไปใช้ในสภาพพื้นที่จริงๆ ได้

วิธีทำกล้วยไข่เชื่อม

https://i0.wp.com/pim.in.th/images/all-thai-sweet/banana-in-syrup/00000.jpg

กล้วยไข่เชื่อม พร้อมกะทิราดที่เข้มข้น หวานมัน ….. อีกหนึ่งเมนูขนมหวานๆ สไตล์ไทยๆ ที่ทำง๊ายง่าย หากใครสนใจ มาติดตามชมกันเลยค่ะ

“กล้วยไข่เชื่อม” … เป็นขนมหวานอย่างนึงค่ะที่เวลาไม่รู้ว่าจะทำขนมอะไรไว้กินหลังกินข้าวดี  ก็จะทำขนมนี้กันล่ะค่ะ … ถ้าจะถามว่าทำบ่อยขนาดไหน  ก็คงจะตอบได้ว่าทำประมาณอาทิตย์เว้นอาทิตย์เลยนะคะ  เหตุผลก็เพราะว่ามันทำง๊ายยยง่าย  อีกทั้งที่วัตถุดิบทั้งหลายแหล่ที่ใช้ทำ  ไม่ว่าจะกล้วยไข่ห่ามๆ น้ำตาลทราย  มะพร้าวขูด .. พวกนี้ …. ที่บ้านพิมก็มักจะมีติดบ้านอยู่เสมอๆ  เพราะงั้นเมื่อเวลานึกอยากจะทำ ก็เลยทำได้ง่ายๆ ไม่ต้องไปหาอะไรที่ไหนไกล…… และวันนี้ก็เป็นอีกวันนึงที่บ้านพิมทำกล้วยไข่เชื่อมกัน  ก็เลยขอถ่ายรูปวิธีการทำเอามาฝากเพื่อนๆ ที่ยังไม่เคยทำ (และก็เคยแล้ว) ให้ดูกันน่ะค่ะ

และก็นี่ค่ะ … กล้วยไข่เชื่อม .. บ้านพิม สีเหลืองอ๋อย น่ากินมากๆ เลย (เน๊าะ)

https://i0.wp.com/pim.in.th/images/all-thai-sweet/banana-in-syrup/banana-in-syrup-019.jpg
https://i0.wp.com/pim.in.th/images/all-thai-sweet/banana-in-syrup/banana-in-syrup-022.jpg

ซึ่งวันนี้จะว่าไป … พิมไม่ขอพูดพล่ามทำเพลงล่ะนะคะ เนื่องจากหันหน้าไปดูนาฬิกาแล้วก็พบว่ามันเที่ยงคืนกว่าแล้ว ขืนพูดเยอะๆ บรรยายแยะๆ เกรงว่ากว่าจะเสร็จ และกว่าจะได้นอน คงปาไปไม่ต่ำกว่าตี 1 1/2 แน่นอน ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นสงสัยพรุ่งนี้พิมคงจะตื่นตี 5 อย่างที่ตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้ไม่ไหวแน่ ๆ เพราะงั้นขอลุยไปที่สูตรและก็วิธีทำตามแบบของพิมกันเลยล่ะกันนะคะ

:: ส่วนประกอบ/วัตถุดิบ ::

– กล้วยไข่ห่ามๆ 2 หวี
– น้ำตาลทรายขาว 450 กรัม
– น้ำสะอาด 400 กรัม
– หัวกะทิ 2 ถ้วย
– แป้งอเนกประสงค์ 1.5 ชต.
– เกลือป่น หยิบมือ

ป.ล. พิมถ่ายรูปมาไม่ครบนะคะ แบบว่าสถานการณ์และเวลาไม่ค่อยอำนวย

https://i0.wp.com/pim.in.th/images/all-thai-sweet/banana-in-syrup/banana-in-syrup-010.jpg

:: วิธีทำ ::

เริ่มต้นเราก็มาทำหัวกะทิสำหรับราดหน้ากล้วยไข่เชื่อมกันไว้ก่อนเลยค่ะ … โดยพิมมีวิธีทำให้เลือกทำ 2 แบบค่ะ

– แบบที่ 1 สำหรับหัวกะทิที่คั้นโดยไม่ใช้น้ำ …. ให้เอาหัวกะทิผสมเกลือป่นนิดหน่อย แล้วนำไปตั้งไฟอ่อน คนไปเรื่อยๆ ด้วยความใจเย็น สักพักกะทิจะข้นขึ้นเองค่ะ  แต่ต้องใช้เวลาหน่อยนะคะ
– แบบที่ 2 สำหรับหัวกะทิที่คั้นแบบใส่น้ำ / กะทิกล่อง …. ให้เอาหัวกะทิ 2 ถ้วย ผสมกับแป้งข้าวอเนกประสงค์ 1.5 ชต. และเกลือป่นหยิบมือ (นิดหน่อย ใส่พอให้มีรสเค็มปะแหล่มๆ) ค่ะ …. คนๆ ให้แป้งละลายเข้ากับหัวกะทิก่อน แล้วค่อยนำไปตั้งไฟกลางๆ  .. ระหว่างตั้งไฟก็ใช้ตะกร้อมือคนเรื่อยๆ  จนกระทั่งแป้งสุก กะทิข้นก็เป็นอันใช้ได้ค่ะ

ซึ่งพอกะทิสุกข้นแล้ว ก็ยกลงจากเตา ตั้งพักไว้ให้เย็นค่ะ

https://i0.wp.com/pim.in.th/images/all-thai-sweet/banana-in-syrup/banana-in-syrup-023.jpg

จากนั้นหันมาเตรียมทำตัวกล้วยไข่เชื่อมกันต่อ ….. โดยการเลือกใช้กล้วยไข่ห่าม ๆ หน่อย ออกสีเขียวมากกว่าสีเหลืองแบบในภาพค่ะ  (แต่สำหรับคนที่ชอบกล้วยไข่เชื่อมนิ่ม ๆ ก็สามารถจะเลือกใช้กล้วยไข่ที่มีสีเหลืองมากกว่านี้หน่อยก็ได้ค่ะ  แต่อย่าให้เหลืองมากไป ไม่งั้นเวลาเอาไปเชื่อม มันจะเละค่ะ)

ป.ล. ถ้าไม่ชอบกล้วยไข่ ใช้กล้วยหักมุก หรือกล้วยงาช้างเชื่อมแทน ก็อร่อยไม่แพ้กันเลยค่ะ

https://i0.wp.com/pim.in.th/images/all-thai-sweet/banana-in-syrup/banana-in-syrup-008.jpg

ก็ปอกเปลือกกล้วยไข่นะคะ (ยิ่งเขียวมากยิ่งปอกยาก) ถ้ามีเส้นดำๆ ก็ดึงออกให้หมด แล้วตัดหัวตัดท้ายสักหน่อยเพื่อความสวยงาม … ปอกเสร็จก็ใส่ลงไปแช่ไว้ในน้ำที่ผสมน้ำเกลือนิดหน่อย เพื่อไม่ให้กล้วยเปลี่ยนเป็นสีคล้ำๆ อ่ะค่ะ

ป.ล. หากปอกแล้วเชื่อมเลย ก็ไม่ต้องแช่น้ำผสมเกลือค่ะ

https://i0.wp.com/pim.in.th/images/all-thai-sweet/banana-in-syrup/banana-in-syrup-009.jpg

จากนั้นก็หันมาเคี่ยวน้ำเชื่อมไว้สำหรับเชื่อมกล้วยค่ะ โดยการผสมน้ำตาลทรายกับน้ำสะอาดลงในภาชนะที่เราจะใช้เชื่อมกล้วย

https://i0.wp.com/pim.in.th/images/all-thai-sweet/banana-in-syrup/banana-in-syrup-011.jpg

ซึ่งในวันนี้พิมใช้กระทะธรรมดานะคะ  หากเพื่อนๆ มีกระทะทองจะใช้กระทะทองก็ได้ค่ะ แต่ถ้าไม่มีใช้กระทะธรรมดาแบบพิม หรือหม้อ หรือพวกกระทะเทฟล่อนก็ได้เหมือนกันค่ะ

ผสมน้ำกับน้ำตาลทรายเข้าด้วยกันแล้วนำไปตั้งไฟ  คนให้ละลาย (จะได้เป็นน้ำเชื่อม)  แล้วนำมาลงกรองด้วยผ้าขาวบางหรือกระชอนตาถี่ๆ ครั้งนึง   จากนั้นก็เทใส่กลับคืนหม้อ แล้วนำไปตั้งไฟเคี่ยวต่อ  โดยเราจะเคี่ยวน้ำเชื่อมไปเรื่อย ๆ ค่ะ…แรกๆ ตอนน้ำเชื่อมยังใสอยู่ เราจะเห็นว่าฟองตอนเดือดเค้าจะเป็นฟองค่อนข้างใหญ่   แต่เมื่อยิ่งน้ำเชื่อมข้นมากขึ้นเท่าไหร่ ฟองก็จะยิ่งเล็กลงค่ะ

ซึ่งเราจะเคี่ยวน้ำเชื่อมให้ลดลงไปประมาณ 1/4 นะคะ ….  ก็จะได้น้ำเชื่อมที่มีความเหนียวได้ที่  แล้วเราก็ค่อยเอากล้วยไข่ที่เราปอกไว้ใส่ลงไปเชื่อมค่ะ

https://i0.wp.com/pim.in.th/images/all-thai-sweet/banana-in-syrup/banana-in-syrup-012.jpg
https://i0.wp.com/pim.in.th/images/all-thai-sweet/banana-in-syrup/banana-in-syrup-013.jpg

การเชื่อมกล้วยเนี่ยเราจะต้องใจเย็นๆ นะคะ จะใจร้อนเร่งไฟแรงๆ  กะว่าไฟแรงแป๊บเดียวจะใช้ได้ … อันนี้ไม่ใช่เลยค่ะ

การเชื่อมกล้วยไข่ (หรือเชื่อมอะไรก็แล้วแต่) ให้ใช้ไฟกลางๆ ค่อนมาทางอ่อนสักหน่อย  เพื่อค่อยๆ ให้น้ำเชื่อมซึมเข้าไปในเนื้อกล้วย  พร้อมกับความร้อนจากน้ำเชื่อมที่จะทำให้กล้วยค่อย ๆ ระอุ และก็สุกในที่สุดพร้อมๆ กับซึมซับน้ำเชื่อมได้เต็มที่

https://i0.wp.com/pim.in.th/images/all-thai-sweet/banana-in-syrup/banana-in-syrup-014.jpg

และก็นี่นะคะ … กล้วยไข่เชื่อม ที่เชื่อมได้ที่แล้ว  หน้าตาจะเป็นประมาณนี้  (มีสีเหลืองเข้มสม่ำเสมอกัน) ……  ซึ่งถ้าหากเราใช้กล้วยไข่ห่ามๆ หน่อย กล้วยเชื่อมที่ได้ก็จะมีลักษณะแบบนี้อ่ะค่ะ ก็คือ เนื้อไม่นิ่มมาก  หวาน หอม และก็ชุ่มไปด้วยน้ำเชื่อมทั้งลูก …..  แต่ถ้าหากเราใช้กล้วยสุกเหลืองกว่านี้ กล้วยไข่เชื่อมที่ได้ อาจจะลักษณะแตกหักเป็นช่วงๆ  และเนื้อจะค่อนข้างนิ่ม  ซึ่งบางคน เช่น แม่ของพิม จะชอบมากกว่ากล้วยไข่เชื่อมแบบในภาพนี่อ่ะค่ะ

https://i0.wp.com/pim.in.th/images/all-thai-sweet/banana-in-syrup/banana-in-syrup-015.jpg

ดูกันอีกทีใกล้ๆ …. เมื่อเชื่อมได้ที่  จะเงาเป็นประกาย ปิ๊งๆๆๆ เลยค่ะ

https://i0.wp.com/pim.in.th/images/all-thai-sweet/banana-in-syrup/banana-in-syrup-016.jpg

ที่นี้เวลาจะกิน …. บางคนก็ชอบกินกล้วยไข้เชื่อมเพียว ๆ ไม่ต้องราด ไม่ต้องทำอะไรเลย  แต่พิมชอบแบบราดด้วยหัวกะทิข้นๆ เยอะๆ หน่อยอย่างในภาพนี้มากกว่าอ่ะค่ะ

https://i0.wp.com/pim.in.th/images/all-thai-sweet/banana-in-syrup/banana-in-syrup-017.jpg

และสำหรับจานนี้ ….. พิมขอยกให้เพือ่นๆ ทุกคนที่เข้ามาดูขนมหวานเมนูนี้เลยนะคะ  ^__^

https://i0.wp.com/pim.in.th/images/all-thai-sweet/banana-in-syrup/banana-in-syrup-020.jpg

รับสักลูก ………. ไหมค่ะ ^^

https://i0.wp.com/pim.in.th/images/all-thai-sweet/banana-in-syrup/banana-in-syrup-019.jpg

ก็ .. ถ้าเพื่อนๆ คนไหนสนใจลองไปทำดูนะคะ  ไม่ยากจริงๆ ค่ะ  … แรกๆ ทำอาจจะกะจังหวะไม่ถูกว่ามันจะเชื่อมได้ที่ตอนไหน  แต่ทำๆ ไปเดี๋ยวก็เก่งเองค่ะ  … พิมรับรอง ^^ … แล้วเจอกันใหม่เมนูหน้านะจ๊ะ ตอนนี้ไปนอนก่อนล่ะค่า

https://i0.wp.com/pim.in.th/images/all-thai-sweet/banana-in-syrup/banana-in-syrup-022.jpg

ป.ล. แถม ๆ…… บางทีพิมก็อยากเปลี่ยนวิธีกินกล้วยไข่เชื่อมบ้าง ด้วยการเอาน้ำกะทิธรรมดาๆ นี่แหละค่ะ ไปต้มให้สุก  แล้วก็เอากล้วยไข่เชื่อมใส่ลงไป ตั้งไฟให้เดือดอีกที … ก็ปิดไฟ ตักขึ้นใส่ถ้วย ราดหัวกะทิข้นๆ … กลายเป็นกล้วยไข่บวดชีประยุกต์ ….. ก็อร่อยไปอีกแบบนะคะ ^^

https://i0.wp.com/pim.in.th/images/all-thai-sweet/banana-in-syrup/banana-in-syrup-021.jpg

คุณค่าของใบตอง

IMGA0285-1

คุณค่าของงานใบตองนั้นมีมากมายทั้งในชีวิตประจำวัน โอกาสพิเศษและการธรรมรงศิลปะวัฒนธรรมและประเพณีไทย ตลอดจนช่วยให้เกิดความสุขทางใจและยังเป็นอาชีพได้

1. ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน
1.1 ใช้ใส่อาหาร ห่ออาหาร ห่อขนม ห่อของ ห่อผัก ห่อดอกไม้ ช่วยให้สดทนนาน
1.2 ช่วยให้ขนมและอาหารสีสวยและมีกลิ่นหอมชวนรับประทาน
2. ประโยชน์ในโอกาสพิเศษ
2.1 งานวันสำคัญ ประดิษฐ์ภาชนะใส่ดอกไม้ ขนม ผลไม้ และใส่อาหารนำไปให้บุคคล
ซึ่งเคารพนับถือ ในวันคล้ายวันเกิด วันปีใหม่ วันขึ้นบ้านใหม่ วันประสบความสำเร็จ วันฉลองโชคชัย วันเยี่ยมไข้ หรือแม้แต่วันจากไป
2.2 งานประเพณีนิยม ชาวไทยยมประดิษฐ์ผลงานดอกไม้ใบตองแบบประณีตศิลป์ใช้ในงานพิธีเช่น พานขันหมาก ขันหมั้น ขันสินสอด พานรับน้ำสังข์ บายศรี กระทงลอย ใช้ในงานต่าง ๆ
ซึ่งล้วนแต่เป็นประเพณีที่งดงามของชาวไทยที่ควรจะฟื้นฟูและรักษาไว้
2.3 งานพิธีทางศาสนา เช่น พานดอกไม้ธูปเทียน กระทงดอกไม้ แต่งเทียนพรรษา กระถางธูป เชิงเทียน เป็นต้น
3. สร้างสรรค์ศิลปะมรดกของชาติ ผลงานประณีตศิลป์เป็นศิลปะมรดกแขนงหนึ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นไทยเพระมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีความละเอียด ประณีต อ่อนโยน มีระเบียบ มีความสง่างาม มีความงามแบวิจิตรพิสดาร ที่ไม่มีชาติใดในโลกมีเหมือน
4. ช่วยให้จิตใจสงบร่มเย็น การนำใบตองมาประดิษฐ์เป็นสิ่งสวยงามย่อมนำมาซึ่งความเพลิดเพลิน ความสงบร่มเย็นแห่งจิตใจ เพราะจิตใจมีสมาธิ ความคิดก็เกิดจิตนาการ ผู้ที่ทำงานใบตองจะเป็นผู้ที่มีอารมณ์ดี คิดแต่สิ่งที่ดีงาม อันนำมาซึ่งความประพฤติชอบ
5. เป็นอาชีพหลักและอาชีพรองถ้ามีใจรักงานด้านนี้และมีงานอื่นเป็นหลักอยู่ก็ใช้เป็นอาชีพเสริมหรืออาชีพรองช่วยเพิ่มรายได้
ให้แก่ครอบครัว หรือถ้ามีใจรักมาก ๆ ก็ใช้เป็นอาชีพหลักได้ http://elearningcvc.freetzi.com/page2.php